ผึ้งน้อย i am Soh Hot! ค่ะ
ไทยผลิตรถพลังน้ำ (เครื่องยนต์ไฮโดรเจน) [สาระ]
ไทยเจ๋งผลิตรถพลังนํ้า
แปลงไฮโดรเจนผสมกับเบนซินลองวิ่งไร้ปัญหา

ผลิต รถเติมน้ำคันแรกสำเร็จ!! คนไทยอดีต จนท. “องค์การนาซ่า” จับมือนักวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีร่วมคิดค้นศึกษาประดิษฐ์อุปกรณ์ แยกก๊าซ “ไฮโดรเจน” จากน้ำเปล่านำมาเป็นเชื้อเพลิงผสมใช้กับรถยนต์คันแรกของประเทศสำเร็จ เผยซิ่งรถต้นแบบโดยผสมเบนซิน หรือ LPG 40 เปอร์เซ็นต์ กับไฮโดรเจน 60 เปอร์เซ็นต์ จากกรุงเทพถึงอุดรฯ ใช้น้ำมันเพียง 10 ลิตร ระบุวิ่งทดสอบมาแล้วกว่า 40,000 กิโล ไร้ปัญหา
ที่ห้องประชุม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 ส.ค. ผศ.จรูญ ถาวรจักร อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ผศ.วิเชียร จันทะโชติ อ.ประจำ คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี นายสมชาย ไตรสุริยธรรมา ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีช่างเครื่องบิน ร่วมกันแถลงข่าวในความสำเร็จของเรื่องการคิดค้นรถเติมน้ำแทนน้ำมันว่า เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีกับภาคเอกชนคือ นายสุมิตร อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้ทรงคุณวุฒิมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี อดีตเจ้าหน้าที่ “นาซา” ประจำอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา และนายศักดิ์ชัย ตันคงจำรัสกุล นักธุรกิจ จ.อุดรธานี
ผศ. จรูญ กล่าวว่า การคิดริเริ่มโครงการนี้เกิดขึ้นจาก นายสุมิตร อิศรางกูร ณ อยุธยา เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์แยกก๊าซ “ไฮโดรเจน” จากน้ำแล้วนำมาเป็นเชื้อเพลิงใช้กับรถยนต์สำเร็จ โดยเริ่มแรกทางมหาวิทยาลัยฯ ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันในความร่วมมือที่จะประดิษฐ์อุปกรณ์ แยกก๊าซ โดยทางมหาวิทยาลัยฯ ได้ให้การสนับสนุนเครื่องมือประกอบชิ้นส่วน ซึ่งจะมีการแลกเปลี่ยนความรู้และปรึกษาหารือกับ ผศ.วิเชียร จันทะโชติ ตลอดเวลา เมื่อ มีโอกาสก็จะช่วยประดิษฐ์อุปกรณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ พร้อมกับนำเครื่องมือไปช่วยทำจนกระทั่งได้เครื่องต้นแบบออกมาเป็นรูปเป็น ร่างและเป็นที่พอใจจึงได้นำไปติดตั้งกับรถยนต์ แล้วจึงได้ทดลองวิ่งดู

สำหรับ รถต้นแบบ “รีแอคเตอร์ 1” นั้นใช้รถเก๋งนั่ง 4 ประตู ขนาด 2,000 ซีซี เป็นรถทดลองใช้ชื่อว่าเป็น “H2O เทคโน โลยีแห่งอนาคต” หรือ “HGV Hydrogas Vehicle” ซึ่งเป็นรถที่ใช้พลังผสมระหว่างเบนซินกับไฮโดรเจน หรือแอลพีจีกับไฮโดรเจน โดยในสัดส่วนของเบนซินหรือแอลพีจี 40 เปอร์เซ็นต์ กับไฮโดรเจน 60 เปอร์เซ็นต์ ซึ่ง ในการทดสอบที่ผ่านมา รถวิ่งจากกรุงเทพฯ มาอุดรธานี ระยะทาง 560 กม. ใช้น้ำมันเบนซินไปประมาณ 10 ลิตร ขณะที่น้ำใช้ผลิตไฮโดรเจน ไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ด้านนายสุมิตร กล่าวถึงการใช้อุปกรณ์ว่า เริ่มต้นที่น้ำบริสุทธิ์เหมือนน้ำกลั่น (ดีไอโอไนซ์) เติมเข้าไปในเครื่องรีแอคเตอร์ที่จะแยกไฮโดรเจนและออกซิเจนออกมาเป็น HH-O ผ่านออกมายังเซฟตี้วาล์วเพื่อส่งตรงไปที่เครื่องยนต์ หากรถมีหัวฉีดก็ผ่านหัวฉีด โดยทั้งหมดจะควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์คอนโทรลที่ติดตั้งอยู่ภายในตัวรถเพื่อให้ เครื่องผลิตไฮโดรเจนออกมาเท่าที่เอาไปใช้เท่านั้น จะไม่มีการเก็บรักษาไว้ หากอุณหภูมิความดันผิดปกติ ก็จะมีระบบป้องกันตัวเอง สำหรับ อุปกรณ์ที่ผลิตขึ้นมาใช้กับไฮโดรเจนแทนน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นจะติดตั้งอยู่ใน ที่เก็บของท้ายรถประกอบไปด้วย กล่องคอนโทรลจุดระเบิดอัจฉริยะ แบตเตอรี่ 12 v. มอเตอร์ อินเวอเตอร์ ขวดบรรจุน้ำกลั่นพิเศษไมโคคอนโทรล และอื่น ๆ อีกจำนวนหนึ่ง โดยควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์คอนโทรลที่อยู่บริเวณแผงหน้าปัดเหนือพวงมาลัย ส่วนในห้องเครื่องรถจะติดตั้งมอเตอร์ควบคุมระบบแยกน้ำไว้
อดีต เจ้าหน้าที่องค์การนาซากล่าวอีกว่า เทคโนโลยีไฮโดรเจนเกิดหลังการแยกน้ำด้วยไฟฟ้า ซึ่งจะได้ก๊าซไฮโดรเจน 2 อะตอมกับออกซิเจน 1 อะตอม โดยรีแอคเตอร์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีของเรา ถ้านำมาใช้กับยานยนต์โดยใช้ไฟฟ้ากระแสตรงจากแบตเตอรี่รถยนต์เพื่อแยกโมเลกุล น้ำให้ได้ไฮโดรเจนออกมาเป็นเชื้อเพลิงเข้าไปใช้สันดาปของเครื่องยนต์ โดยไม่ต้องใช้ถังเก็บก๊าซไฮโดรเจนเลย ซึ่งการควบคุมอุณหภูมิปกติการแยกน้ำโดยรีแอกเตอร์ทั่วไปทำให้ความร้อนสูงยาก แก่การควบคุมซึ่งอาจจะเป็นอันตราย แต่รีแอกเตอร์ที่พัฒนาขึ้นนี้สามารถควบคุมความร้อนให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ ประการที่สาม วัตถุดิบที่ใช้เป็นต้นกำเนิดเชื้อเพลิงคือ น้ำซึ่งหาได้ง่าย ราคาถูก และไอเสียที่ได้จากการสันดาปจะกลับมารวมตัวกับออกซิเจนได้น้ำ เป็นไอเสียที่บริสุทธิ์
“สิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้ผมคิดมาเมื่อ 4 ปีก่อน เมื่อครั้งยังทำงานอยู่ที่องค์การนาซา แต่เมื่อ 2 ปีที่แล้วได้รถต้นแบบซึ่งเป็นรถใหม่ป้ายแดงมาทดลองโดยการสนับสนุนงบประมาณ จาก นายศักดิ์ชัย ตันคงจำรัสกุล นักธุรกิจ จ.อุดรธานี และได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี โดยรถคันดังกล่าวนี้จะเป็นรถที่มีระบบเชื้อเพลิง 3 ประเภท คือ น้ำมันเบนซิน, ก๊าซ LPG. และก๊าซไฮโดรเจน และทดลองวิ่งมาแล้ว กว่า 4 หมื่นกิโลเมตร ก็ยังไม่พบปัญหาอะไร”อดีตเจ้าหน้าที่องค์การนาซากล่าวและว่า ขณะนี้ ได้ขอจดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว เพราะต้องการให้เทคโนโลยีชิ้นนี้เป็นสมบัติของชาติไทย คนไทยสามารถนำเอามาต่อยอดในแนวความคิดให้มีความหลากหลายมากขึ้นไป แม้จะประสบกับความสำเร็จไปแล้วแต่ก็ต้องการที่จะพัฒนาให้ก้าวไกลไปอีก.
จาก blog.eduzone.com
Tags: ข่าว
Posted in ข่าว
ดูรายอื่นมังยังไงไม่รู้ แล้วทำออกจำหน่ายยังหาจะติดคงติดตั้งรายนี้หละครับ..มีหลายเจ้าที่ทำประหยัด 20-30 เปอร์เซ้น….คนไทยจะทำเป็นคนแรกไม่ได้หรอทำไมต้องอ้างฝรั่งด้วยไม่เข้าใจ ..คนไทยไม่เคยใช้ของคนไทยเพราะความคิดอย่างนี้ ดูเกาหลีแต่ก่อนรถยนเขาก็งั้นๆ แต่คนประเทศเขาก็ใช้ก็อุดหนุ่นจึงไม่เจ๊ง มีเงินทุนมีกำไรมาพัฒนาต่อ เดี๋ยวนี้เขาไปถึงใหนแล้ว
เมื่อไร่จะได้ใช้ซักทีครับ
รวมคำถามจริงตอบตรง ในเว็ปบอร์ด http://www.gashhothai.com
เรา greengas มีเจตนาสร้างความเข้าใจว่า ประสิทธิภาพหรือประโยชน์ของไฮโดรเจนมีมากน้อยเพียงใด ขอขอบคุณทุกๆคำถามและขออนุญาติเผยแพร่เพื่อเป็นความรู้ความเข้าใจในระดับหนึ่งในสาธารณะ ยินดีตอบทุกเรื่องตามความสามารถที่มีดรับ ขอแสดงความนับถือ greengas
ก็เพราะพวกคุณๆคิดแบบนี้นะสิชาติถึงไม่ จ.ร คุณเดี่ยว
มีรถอยู่คันหนึ่ง Opel อยากจะให้ทดลองติดตั้ง และใช้ ยินดีเป็นปรีเซ็นเตอร์ให้
ยานของนาซ่ายังเคยระเบิดกลางอากาศมาแล้วแน่ใจได้อย่างไงว่าจะไม่เกิดการผิดพลาด เช่นรถเกดิการชน
แล้วจะไม่กลายเป็นเหมือนกับระเบิดไฮโดรเจนที่อเมริกาเคยทดลอง ผลเสียมันคงมีไม่งั้นเค้าทำขายนานแล้วก็รู้ๆกันว่าประเทศที่มีเทคโนโลยีมากกว่าเรามีอีกมากทำไมเขาถึงไม่ทำกัน นี่เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว แต่ก็อยากลองใช้เหมือนกันครับ
ยานอวดาสของนาซ่ายังเคยระเบิดกลางอากาศมาแล้วแน่ใจได้อย่างไงว่าจะไม่เกิดการผิดพลาด เช่นรถเกดิการชน
แล้วจะไม่กลายเป็นเหมือนกับระเบิดไฮโดรเจนที่อเมริกาเคยทดลอง ผลเสียมันคงมีไม่งั้นเค้าทำขายนานแล้วก็รู้ๆกันว่าประเทศที่มีเทคโนโลยีมากกว่าเรามีอีกมากทำไมเขาถึงไม่ทำกัน นี่เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว แต่ก็อยากลองใช้เหมือนกันครับ