ผึ้งน้อย i am Soh Hot! ค่ะ

แฟชั่นเสื้อผ้า แฟชั่นผม ทรงผมสั้น ทรงผมยาว เดรสสั้นเกาหลี เดรสสั้นน่ารัก ชุดทำงาน กระโปรงทำงาน รองเท้าทำงาน แฟชั่นถุงน่อง เลกกิ้ง เดรส เรื่องความสวยความงาน ดารานางแบบ เซ็กส์ซี่ หลุดดารา


มารู้จักกระบวนการชันสูตรพลิกศพกัน Autopsy Autopsy


การชันสูตรพลิกศพ ( อังกฤษ : Autopsy) คือการตรวจพิสูจน์เพื่อดูสภาพศพแต่เพียงภายนอก ค้นหาสาเหตุและพฤติการณ์ที่ตาย ผู้ตายคือใคร ตายเมื่อใด ถ้าตายโดยคนทำร้าย สงสัยว่าใครเป็นผู้กระทำความผิดที่ทำให้เกิด การตาย ตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 129 ความว่า “ให้ทำการสอบสวนรวมทั้งการชันสูตรพลิกศพในกรณีที่ความตายเป็นผลแห่งการกระทำ ผิดอาญาดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายนี้อันว่าด้วยการชันสูตรพลิกศพ ถ้าการชันสูตรพลิกศพยังไม่เสร็จ ห้ามมิให้ฟ้องผู้ต้องหายังศาล” ซึ่งตาม กฎหมาย มีความมุ่งหมายให้ แพทย์ และ พนักงานสอบสวน ดำเนินการตรวจสอบในสถานที่พบศพ ยกเว้นแต่ว่าการชันสูตรพลิกศพ เพื่อตรวจดูสภาพศพในสถานที่เกิดเหตุนั้น อาจเป็นเหตุทำให้การจราจรติดขัดมาก อาจกลายเป็นสถานที่อุดจาตาจากสภาพศพ หรืออาจก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชนทั่วไป แพทย์และพนักงานสอบสวนย่อมมีสิทธิ์ที่จะสามารถเคลื่อนย้ายศพ เพื่อนำไปทำการชันสูตรพลิกศพยังสถานที่อื่นที่เหมาะสมได้

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 148 ความว่า “เมื่อปรากฏแน่ชัดหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่า บุคคลใดตายโดยผิดธรรมชาติ หรือตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานให้มีการชันสูตรพลิกศพ เว้นแต่ตายโดย การประหารชีวิต ตามกฎหมาย” อาจเห็นได้ว่าสภาพการจราจรในปัจจุบันก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางด้านจราจรเป็น จำนวนมาก เกือบทุกรายที่ประสบ อุบัติเหตุ จะเสียชีวิต จึงจำเป็นที่จะต้องเคลื่อนย้ายศพจากสถานที่เกิดเหตุเพื่อไปทำการชันสูตรพลิก ศพและตรวจสอบสาเหตุการตายในสถานที่อื่นเช่น สถาบันนิติเวชวิทยา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งก็มักจะเป็นสถานที่ที่ใช้ในการผ่าศพนั่นเอง

เนื้อหา:
1. ประวัติ
2. การชันสูตรพลิกศพ
3. ผู้มีอำนาจหน้าที่ทำการชันสูตรพลิกศพ
4. เหตุที่ต้องมีการชันสูตรพลิกศพ
5. วัตถุประสงค์ของการชันสูตรพลิกศพ
6. สถานที่ชันสูตรพลิกศพ
7. พื้นที่การชันสูตรพลิกศพ
8. ดูเพิ่ม
9. อ้างอิง
นิติเวชศาสตร์
ขอบเขตนิติเวชศาสตร์
นิติพยาธิวิทยา • นิติเวชกีฏวิทยา
นิติพิษวิทยา • นิติเวชคลินิก
นิติเซโรวิทยา • นิติจิตเวช
พยาธิกายวิภาค
พยาธินิติเวช • พยาธิวิทยาคลินิก
เวชศาสตร์จราจร • กฎหมายการแพทย์
การตรวจพิสูจน์บุคคล
การศึกษาโครงกระดูก
การชันสูตรพลิกศพ
พยานทางเคมี • พยานทางฟิสิกส์
วัตถุพยาน • การตรวจสถานที่
การสืบสวนกรณีเสียชีวิต • การตรวจศพ
การเปรียบเทียบการตาย
การผ่าและพิสูจน์ศพ
ทางนิติเวช • ทางพยาธิวิทยา
ทางนิติพยาธิ • ทางพิษวิทยา
การตรวจชิ้นเนื้อ • การหาสาเหตุการตาย
การตรวจสารพันธุกรรม
การตรวจสอบระยะเวลาตาย
การหาระยะเวลาการตาย
การประมวลระยะเวลาการตาย
การเปลี่ยนแปลงหลังการตาย
Livor Mortis • Rigor Mortis
Algor Mortis • การเน่าสลายตัว
อาหารในกระเพาะ • หนอนที่พบในศพ
บาดแผล
ของแข็งไม่มีคม • ของแข็งมีคม
บาดแผลกระสุนปืนและวัตถุระเบิด
การตายและการตรวจสอบ
ขาดอากาศ • จมน้ำตาย • ไฟและความร้อน
กระแสไฟฟ้า • จราจร • ข่มขืน
สารพิษ • การตายกระทันหัน • สาเหตุอื่น
การฆ่าตัวตาย • DNA • ความผิดทางเพศ
ผู้ป่วยคดีและผู้ถูกข่มขืน
หน่วยงานในสังกัด
สถาบันนิติเวชวิทยา

1. ประวัติ

การชันสูตรพลิกศพในประเทศไทยไม่ปรากฏหลักฐานทาง ประวัติศาสตร์ มากนัก เท่าที่ปรากฏหลักฐานที่สามารถสืบค้นและตรวจสอบได้ใน ประเทศไทย สามารถเรียงลำดับตามเหตุการณ์ตามประวัติของการชันสูตรพลิกศพ โดยมีจุดเริ่มต้นเมื่อปี ร.ศ.116 หรือ พ.ศ. 2440 ประเทศไทยได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติปกครองท้องที่ ร.ศ.116 มาตรา 47 ข้อ 1 ซึ่งมีข้อความว่า “ถ้าผู้ถูกกระทำร้ายจะทำการชันสูตร บาดแผล ของตน เพื่อเป็นหลักฐานในทางความก็ตามหรือพรรคพวกผู้ตาย จะขอให้ชันสูตรศพเพื่อเป็นหลักฐานในเหตุความตายนั้นก็ตาม ทั้งนี้เป็นหน้าที่ของกรมการอำเภอ ที่จะทำการชันสูตรตามวิธีที่บังคับไว้ใน กฎหมาย ถ้าการชันสูตรนั้นจะมาทำยังที่ว่าการอำเภอไม่ได้ กรมการอำเภอ ก็ต้องไปชันสูตรให้ถึงที่” ต่อมาภายหลังปี พ.ศ. 2441 หลังจากพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวประกาศใช้ได้เพียง 1 ปี กรมพลตระเวณซึ่งต่อมาคือกรมตำรวจหรือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในปัจจุบัน ซึ่งมีเจ้ากรมคนแรกคือ นายอีริก เจ ลอว์สัน ชาวอังกฤษ ได้มองเห็นความสำคัญของการมีสถานที่รักษาพยาบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่เจ็บป่วย พร้อมกับช่วยชันสูตรบาดแผล และชันสูตรศพ เพื่อประกอบการพิจารณาคดีต่าง ๆ ในด้านของตำรวจ จึงได้จัดตั้งสถานพยาบาลของตำรวจขึ้นที่ ตำบลพลับพลาไชย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีชื่อเรียกว่า “โรงพยาบาลวัดโคก” มีนายแพทย์ชาวต่างประเทศหลายคนมาช่วยดำเนินการ

ต่อมาจึงมีนายแพทย์ชาวไทยที่สำเร็จวิชาแพทย์จาก โรงพยาบาลศิริราช มาร่วมงานด้วย เช่น ร.ต.อ.ขุนแพทย์พลตระเวณ หรือหลวงบริบาลเวชกิจ และ ร.ต.อ.ขุนเจนพยาบาล หรือ พ.ต.ท.หลวงเจนพยาบาล เป็นต้น ต่อมาประเทศไทยในปี พ.ศ. 2457 ได้มีประกาศใช้ พระราชบัญญัติชันสูตรศพ พ.ศ. 2457 และในปี พ.ศ.. 2479 ได้ประกาศใช้ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พ.ศ. 2478 เรื่องการชันสูตรพลิกศพ ให้อยู่ในมาตรา 148 ถึงมาตรา 156

ปี พ.ศ. 2496 กรมตำรวจได้จัดตั้ง “ฝ่ายนิติเวชวิทยา” ขึ้นเป็นแห่งแรกใน โรงพยาบาลกรมตำรวจ เพื่อทำหน้าที่ในการชันสูตรพลิกศพผู้ตาย ต่อมาปี พ.ศ. 2503 ได้ประกาศใช้พระราชกฤษฎีกา แบ่งส่วนราชการกองแพทย์ กรมตำรวจ ออกเป็น 4 แผนก โรงพยาบาลตำรวจเป็นแผนกหนึ่งของกองแพทย์ แบ่งออกเป็น 13 แผนกวิชา ฝ่ายนิติเวชวิทยาได้เปลี่ยนฐานะเป็น “แผนกวิชานิติเวชวิทยา ” และสร้างตึก “ตวงสิทธิ์อนุสรณ์” เป็นที่ทำงานของฝ่ายนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจในปี พ.ศ. 2506 พร้อมกับจัดตั้งกรมตำรวจสร้างอาคาร 3 ชั้น เป็นที่ทำงานใหม่ของฝ่ายนิติเวชวิทยา โดยไม่ขึ้นตรงกับหน่วยงานใดในปี พ.ศ. 2515

ปี พ.ศ. 2523 แผนกนิติเวชวิทยาปรับฐานะขึ้นเป็น “กองบังคับการ” เป็นหนึ่งในสี่ของกองบังคับการในสังกัดสำนักงานแพทย์ใหญ่ กรมตำรวจ ใช้ชื่อว่า “สถาบันนิติเวชวิทยา” ตามคำสั่งกรมตำรวจที่ 35/2523 เป็นองค์กรรับผิดชอบงานนิติเวชศาสตร์ของประเทศไทยนับแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึง ปัจจุบัน
2. การชันสูตรพลิกศพ

ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ได้แบ่งแย่งการชันสูตรพลิกศพออกจาก การผ่าศพทางนิติเวชศาสตร์ อย่างชัดเจน คือ แพทย์ ผู้ทำการผ่าตรวจพิสูจน์ศพ จะสามารถกระทำการผ่าศพได้ก็ต่อเมื่อเจ้าพนักงานสอบสวนผู้ชันสูตรศพ มีความเห็นสมควรให้ผ่าพิสูจน์ศพ รวมทั้งการส่งชิ้นเนื้อของศพให้ นิติเวชแพทย์ เพื่อทำการตรวจพิสูจน์

ในกรณีที่แพทย์และพนักงานสอบสวนไปทำการชันสูตร ณ สถานที่พบศพ แพทย์และพนักงานสอบสวนต้องระมัดระวังที่จะไม่ทำและก่อให้เกิดความเสียหาย ต่อการตรวจหาพยานหลักฐานของเจ้าพนักงาน ผู้ทำหน้าที่ตรวจสถานที่เกิดเหตุด้วย แพทย์สามารถใช้การตรวจสถานที่เกิดเหตุเพื่อสำหรับเป็นข้อมูลที่ช่วยประกอบ การผ่าศพ เพื่อที่จะสันนิษฐานพฤติการณ์ตายได้ใกล้เคียงขึ้นดังคำว่า “การผ่าศพทางนิติพยาธิเริ่มตั้งแต่ที่เกิดเหตุ” แต่ถ้าเจ้าพนักงานสอบสวนทำการชันสูตรศพในเบื้องต้นและรู้สาเหตุการตายแล้ว รวมทั้งพอใจต่อผลของการพิสูจน์ศพในสถานที่เกิดเหตุ ให้ถือว่าการชันสูตรพลิกศพนั้น เสร็จสิ้นตามกฎหมาย

Tags:

Posted in ตลก


Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>