เมื่อวันที่ 5 เมษายน น.สพ.อลงกรณ์ มหรรณพ นายสัตวแพทย์ช่วยราชการสำนักพระราชวัง กล่าวถึงกรณีสุนัขพันธุ์อเมริกัน พิทบูลเทอร์เรีย 3 ตัว รุมกัดเจ้าของ
คือ น.ส.รักษิณา เตชวัฒนบำรุงกิจ เสียชีวิต และนางเจริญศรี หล่อเลิศรัตน์ อายุ 53 ปี เจ้าของบริษัท โรงสีไฟท่าข้าวทวีพร จำกัด จ.นครสวรรค์ บาดเจ็บพร้อมลูกชายและหลานสาว
เมื่อกลางดึกวันที่ 4 เมษายนว่า ที่ผ่านมาหลายหน่วยงานพยายามแก้ปัญหาด้วยการออกกฎหมายขึ้นมาควบคุม
ล่าสุดกรมปศุสัตว์ออกประกาศกำหนดห้ามนำเข้าสุนัขสายพันธุ์ดุร้าย เช่น อเมริกัน พิทบูลเทอร์เรีย ล็อตไวเลอร์ เป็นต้น
แต่ไทยยังลักลอบนำเข้ามาจำหน่ายอยู่ รวมถึงมีการเลี้ยงอยู่เดิมแล้วจำนวนหนึ่ง โดยเลี้ยงไว้เพื่อเฝ้าที่ และเพื่อการพนัน
น.สพ.อลงกรณ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้เตือนตลอดว่าไม่ควรเลี้ยงสุนัขที่มีลักษณะนิสัยดุร้ายมากกว่าปกติ
เพราะเป็นสุนัขที่ผ่านการปรับปรุงสายพันธุ์ที่มีจุดประสงค์เพื่อการต่อสู้ คือกัดสุนัขด้วยกันเอง หรือใช้เฝ้าที่
สุดท้ายแล้วสุนัขเหล่านี้จะแสดงลักษณะนิสัยที่แท้จริง หรือที่เรียกว่าสัญชาตญาณของมันออกมา
ส่วนจะแสดงนิสัยดุร้ายช้าหรือเร็ว หรือดุร้ายมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูของเจ้าของด้วยว่าเอาใจใส่ดูแลดีหรือไม่
รวมถึงปัจจัยการเลี้ยงดูถูกต้องตามมาตรฐานสายพันธุ์นั้นๆ หรือไม่ จากการตรวจสอบพบว่า เฉลี่ยแต่ละปี มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากการถูกสุนัขกัดประมาณ 10 ราย ส่วนใหญ่เป็นสุนัขฝรั่ง
พร้อมแนะนำว่า หากถูกสุนัขกัดโดยเฉพาะพันธุ์ดุร้าย อย่างอเมริกัน พิทบูลฯ หรือล็อตไวเลอร์ ให้ตั้งสติให้ดี รีบตะโกนเรียกให้คนช่วย และให้ใช้ไม้งัดขากรรไกรของสุนัข
ซึ่งเป็นส่วนที่ควบคุมการกัด ให้ขากรรไกรง้างออกเพื่อให้หลุดจากการถูกกัด เพราะสุนัขเหล่านี้มีขากรรไกรสั้นกว่าปกติ มีเขี้ยว และฟันใหญ่กว่าปกติ เป็นปัจจัยเพิ่มแรงกัดให้มีความรุนแรงมากขึ้น
หากไม่ได้ผล ให้ใช้มือข้างที่ถนัดเกร็งมือให้แข็งบีบลงไปที่ บริเวณลำคอของสุนัข ซึ่งเป็นส่วนคอหอย หลอดลม บีบให้แรงที่สุด และนานที่สุด
ทำให้สุนัขเกิดอาการสำลัก เพราะขาดอากาศหายใจ ทำให้มันต้องปล่อยเหยื่อที่กัดไว้ออก เพื่อสูดอากาศหายใจ
บทความนี้เขียนโดย
