Advertisements
ฮือฮา บอกชาวบ้านถูกจับช่วยเคลียร์ได้
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 19 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่รัฐสภา มีนายชัย ชิดชอบประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม เริ่มคึกคักขึ้น เมื่อดำเนินมาถึงวาระพิจารณากระทู้ถามสด เรื่องการบริหารราชการแผ่นดินของรมช.มหาดไทย ที่นายจุมพฏ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ถามนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย ทั้งนี้นายจุมพฏ ได้นำภาพข่าวพร้อมเสียง กรณีนายบุญจง แจกผ้าห่มพร้อมเงินให้ชาวบ้านที่จ.นครราชสีมา 5 ชุด มาเปิดในที่ประชุม ประกอบด้วย ชุดที่ 1 “บุญจงแจกเงิน” ชุดที่ 2 “บุญจงหาเสียง” ชุดที่ 3 “บุญจงแจกผ้าห่ม” ซึ่งในการแจกดังกล่าว จะมีภรรยานายบุญจงยืนแจกนามบัตรอยู่ด้านข้างด้วย ชุดที่ 4 “บุญจงชี้แจงสื่อทางโทรศัพท์” และชุดที่ 5 “บุญจงผู้มีอภิสิทธิ์ชน” ซึ่งวีซีดีชุดนี้สร้างความฮือฮาให้ที่ประชุมมาก เพราะมีภาพที่นายบุญจงนายจุมพฏ ได้นำซีดี ที่ใช้ชื่อว่า บุญจง คือผู้มีอภิสิทธิ์ชนมาแสดง สนทนากับชาวบ้านว่าหากมีเรื่องกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาแจ้งและรับปากจะทำหน้าเคลียร์ให้ พร้อมแจกเบอร์โทรศัพท์มือถือและนามบัตรให้ชาวบ้านด้วย
นายจุมพฏ กล่าวว่า นายบุญจง ใช้สถานะรัฐมนตรี หรือส.ส. ในการให้ข้าราชการดำเนินการเรื่องดังกล่าว ที่บ้านพัก จ.นครราชสีมา และการแจกดังกล่าวมีเสียงกำชับว่า “สมัยหน้าอย่าลืมบุญจงนะ” นอกจากนี้คณะกรรมการกฤษฎีกาเคยวินิจฉัยไว้กรณีเลือกตั้งท้องถิ่น มีการเอารูปตัวเองแนบไปกับของที่ให้ประชาชนว่า อาจผิดกฎหมาย นายสุพล ฟองงาม อดีตรมช.มหาดไทย ก็เคยกำชับเรื่องนี้ในการเลือกตั้งท้องถิ่นมาแล้วเพราะมีหลายกรณีเกิดขึ้น ตอนนี้ นายบุญจง จะดำเนินการอย่างไร ทั้งนี้เรื่องที่เกิดขึ้นจึงน่าจะเป็นการ ใช้เงินหลวงหาเสียง อดีตรมว.การพัฒนาสังคมฯที่ออกไปแล้ว ก็เคยมีพฤติกรรมแบบนี้ นอกจากนี้ กกต.เคยออกระเบียบเรื่องนี้ และพ.ร.บ.ประกอบฯว่าด้วยการเลือกตั้ง ก็ห้ามชัดเจน
นายจุมพฏ กล่าวอีกว่า ยังมีกรณีที่มีชาวบ้านมาพบนายบุญจงที่บ้านพัก แล้วนายบุญจงบอกับชาวบ้านว่า “เวลาถูกจับให้โทรฯหาผม” พร้อมแจกนามบัตรนั้น นี่คือการแสดงอภิสิทธิ์ของรัฐบาลชุดนี้ สนับสนุนให้คนที่กระทำความผิดไม่ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ จนมาถึงเรื่องการปิดสนามบิน ขอถามว่ารัฐมนตรีได้ใช้อำนาจในการสั่งการสนับสนุนช่วยเหลือคนที่ทำผิดกฎหมายอย่างนี้กี่ครั้ง การกระทำเช่นนี้เป็นไปตามนโยบายของนายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาที่กระทรวงการต่างประเทศหรือไม่ ซึ่งหากกระทำผิดจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นการช่วยเหลือคนกระทำผิดไม่ให้ถูกดำเนินคดี
นายบุญจง ชี้แจงว่า ตนเป็นนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน อะไรก็ตามที่เป็นความสุขของประชาชน ถือเป็นหน้าที่ของตน ตนได้รับการโปรดเกล้าฯและเข้าเฝ้าฯรับพระบรมราโชวาท และยึดเป็นแนวทางทำงานคือบริหารบ้านเมืองด้วยความเรียบร้อย ทั้งนี้เรื่องที่เกิดขึ้น เงินดังกล่าวเป็นเงินของรัฐบาล การคัดเลือกผู้ยากไร้มารับเป็นไปตามระเบียบของราชการทั้งสิ้น คนที่มารับเงินมีประมาณ 200 คน เป็นคนฐานะยากไร้ บางคนพิการ หรือสูงอายุ ก็ใช้สิทธิ์ความเป็นมนุษย์ ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอเมื่อเดือนตุลาคม 51 พอวันที่ 12 พ.ย. 51 นายอำเภอ แจ้งมายังศูนย์พัฒนาสังคมหน่วยที่ 20 ขอรับเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้ 200 คน ซึ่งกรมพัฒนาสังคมฯ มีงบอุดหนุนสำหรับภารกิจนี้อยู่ 3.6 ล้านบาท ต่อมาวันที่ 20 พ.ย. ศูนย์พัฒนาสังคม ก็ขอมา ครอบคลุม 32 อำเภอ 400 คน จากนั้นวันที่ 1 ธ.ค. 51 รองผู้ว่าฯ ได้ลงนามอนุมัติ จากนั้นตนมารับตำแหน่ง ก็ดำเนินการตามหน้าที่รัฐมนตรี ในการดูแลคุณภาพชีวิตคนยากไร้ คนยากจน เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อสภา
นายบุญจง กล่าวว่า ส่วนที่ไปมอบที่บ้านพักของตน วันนั้น นายอำเภอ ประสานขอใช้สถานที่เพื่อมอบเงิน และวันนั้นมีผู้ใหญ่ทั้งรัฐมนตรี อธิบดีอยู่หลายคน รวมทั้งอธิบดีกรมการปกครอง และร่วมกันมอบ ยืนยันว่า ทำเพื่อความสุขของประชาชน ไม่ได้โกง ไม่ได้ทุจริต ไม่ได้ยักยอก ไม่ได้ทำให้อะไรเสียหาย ทั้งนี้ ที่ว่าเป็นการหาเสียง นักการเมืองพบประชาชนก็ต้องคุยกับประชาชน และเสียงดังกล่าว ก็ไม่ใช่เสียงตน ตอนนั้นก็ไม่ใช่ช่วงเลือกตั้ง เจตนาของตนคือ ทำงานร่วมกับข้าราชการดูแลประชาชนที่ยากไร้และประสบภัย ส่วนเรื่องผ้าห่ม ชาวบ้านรอมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 51 ซึ่งการมอบดังกล่าว ตนซื้อมามอบ ส่วนการดำเนินการกับการเลือกตั้งท้องถิ่น คนละเรื่องกับเรื่องนี้ แต่ตนในฐานะรัฐมนตรีก็จะดำเนินการ ส่วนเสียงที่ระบุว่า “คราวหน้าอย่าลืมบุญจง” ไม่ใช้เสียงของตน และช่วงเวลานั้นไม่มีการเลือกตั้งทุกระดับจึงไม่ใช้การหาเสียง ส่วนเงินที่แจกเป็นของหลวง ขณะที่ผ้าห่มตนซื้อด้วยเงินตัวเองผืนละ 140 บาท จำนวน 500 ผืน
นายบุญจง กล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีเสียงตนบอกชาวบ้านกรณีหากถูกจับ และมีชาวบ้านมาลงชื่อนั้น เป็นบรรยากาศที่ชาวบ้านมาพบตนที่บ้านเป็นประจำทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ตนเป็นส.ส.ตั้งแต่ปี 44 เมื่อได้เป็นรัฐมนตรีทำให้มีเวลาน้อย เมื่อมาเจอกันชาวบ้านก็จะแจ้งปัญหาให้ทราบ ซึ่งการลงชื่อเป็นการเซ็นในสมุดเยี่ยมมากถึงวันละ 60-70 คน ตนเป็นนักกฎหมาย เป็นธรรมดาที่ชาวบ้านจะมาพบเพื่อขอคำปรึกษาในคดีความต่างๆ และภาพที่เห็นเป็นชาวบ้านจากตำบลหนึ่งในอำเภอห้วยแถลง จ.นครราชสีมา ซึ่งมีอาชีพค้าขายวัวมาร้องเรียนว่า ถูกตำรวจรีดไถ ตนจึงบอกว่า ถ้าพบใครรีดไถให้โทรศัพท์มาบอกให้ทราบจะได้ไปจัดการ ยืนยันว่าตนไม่ได้ใช้อำนาจบาตรใหญ่หรือมีอภิสิทธิ์ใดๆเหนือกฎหมาย หากใครทำผิดต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ถ้าถูกรังแกหรือถูกรีดไถ ตนเป็นส.ส.เป็นรัฐมนตรีก็ต้องให้ความช่วยเหลื
Advertisement